โควิดในหญิงตั้งครรภ์ อันตรายต่อทารกหรือไม่?

139 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โควิดในหญิงตั้งครรภ์ อันตรายต่อทารกหรือไม่?

ในสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-19 หญิงตั้งครรภ์เป็น 1 ใน 6 กลุ่มเปราะบาง เนื่องจากมีความเสี่ยงของโรคที่รุนแรงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า และต้องระวังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในไตมาสที่ 3 (นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ 29-42) ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดภาวะปอดอักเสบได้สูง
โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าเมื่อหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด มีอัตราการเสียชีวิต 1.85% สูงกว่าคนทั่วไปถึง 2.5 เท่า และกว่าครึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ยังไม่ได้คลอดบุตร
จะเห็นได้ว่าภาวะของโรคโควิด-19 เป็นอันตรายอย่างมากต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งท้อง ในบทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโควิดในหญิงตั้งครรภ์ การรักษา การป้องกัน รวมไปถึงการฉีดวัคซีน เพื่อให้คุณแม่สามารถรับมือเชื้อไวรัสอันตรายนี้ได้อย่างปลอดภัย

หญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิด ส่งผลต่อสุขภาพทารกในครรภ์หรือไม่?
คุณแม่หลายท่านคงกังวลว่าหากเกิดติดเชื้อโควิด อันตรายไหม จะส่งผลต่อสุขภาพทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง โดยสามารถสรุปความเสี่ยงเกี่ยวกับทารกได้ ดังนี้
1. ทารกติดเชื้อโควิดจากแม่
การติดเชื้อโควิดจากแม่สู่ลูกนั้น มีโอกาส 2-5% ของหญิงตั้งครรภ์ทั่วโลก โดยส่วนมากจะเป็นคุณแม่ท้องแก่ และยังไม่มีผลวิจัยที่ชัดเจนว่าทารกได้รับเชื้อในระหว่างการตั้งครรภ์หรือหลังคลอด ต่างจากผู้ที่มีอายุครรภ์น้อย การที่ทารกจะมีโอกาสติดเชื้อจากแม่นั้นน้อยมาก
2. ทารกคลอดก่อนกำหนด
มีรายงานการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิด แต่ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนที่กล่าวได้ว่าโควิด-19 จะส่งผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด สาเหตุอาจเกิดได้จากภาวะความเครียด หรือเป็นเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องทำคลอดก่อนกำหนด เพื่อรักษามารดาที่มีภาวะออกซิเจนต่ำ
3. การแท้งบุตร / ทารกเสียชีวิตในครรภ์ /ทารกพิการในครรภ์
ยังไม่พบภาวะการแท้งบุตร / ทารกเสียชีวิตในครรภ์ /ทารกพิการในครรภ์ ในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดโควิดมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป
อันตรายจากภาวะแทรกซ้อน โควิดในหญิงตั้งครรภ์
อาการของโควิด-19 อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ที่อันตรายได้ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง เลือดออกง่ายกว่าปกติ หลอดเลือดอุดตันที่ปอด รกลอกก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อยกว่ากำหนด เกิดภาวะปอดแฟบตามธรรมชาติ และทำให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลวได้
เมื่อหญิงตั้งครรภ์ติดโควิด ควรปฏิบัติอย่างไร?
หากทราบว่าตัวเองติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ควรปรึกษาแพทย์และเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ด้วยอัตราการติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น ทั้งอาการปอดอักเสบและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคเบาหวาน ความดัน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด

การรักษาโควิดในหญิงตั้งครรภ์
ปกติในช่วงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่างอยู่แล้ว เช่น ระบบภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลง ประสิทธิภาพในการทำงานของปอดลดลง ในขณะที่ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้น ทำให้เมื่อเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัส COVID-19 มีการกลายพันธุ์ ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงและเกิดภาวะปอดอักเสบได้ง่าย ในกรณีของหญิงตั้งครรภ์เมื่อมีอาการปอดอักเสบ จะทำให้ทารกในครรภ์ได้รับออกซิเจนจากแม่ไม่เพียงพอ ผลที่ตามมาคือเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด
การรักษาโควิดในหญิงตั้งครรภ์ จึงเป็นความท้าทายของแพทย์ที่ต้องรักษาทั้งแม่และทารกในครรภ์ไปพร้อมกัน ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าการรักษาในบุคคลทั่วไป ทั้งในเรื่องของข้อจำกัดในการให้ยาบางชนิด ที่ต้องคำนึงถึงอายุครรภ์และทารก การไม่สามารถนอนคว่ำเพื่อให้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นได้ เพิ่มโอกาสที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ

ทั้งนี้ยังไม่มีการข้อห้ามหรือข้อแนะนำให้ชะลอแผนการตั้งครรภ์ เพียงแต่คุณแม่ต้องวางแผนการรับมือและป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ฝากครรภ์และให้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
 
หากเป็นโควิด ให้นมลูกได้ไหม?
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโควิดสามารถให้นมลูกได้ โดยยังไม่มีรายงานว่าเชื้อไวรัสโควิดมีการติดต่อผ่านทางน้ำนม แต่ควรเพิ่มข้อปฏิบัติเพื่อความสะอาด ปลอดเชื้อ ได้แก่
สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ล้างมือ ทำความสะอาดบริเวณเหัวนมและเต้านม
หากปั๊มนม ควรทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อภาชนะ
ให้คุณพ่อหรือคนในครอบครัวที่ไม่ได้ติดโควิดเป็นคนป้อนนมแทน
สำหรับคุณแม่ที่ต้องรับประทานยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และดารุนาเวียร์ (Darunavir) แนะนำให้งดการให้นมลูก ในส่วนยาต้านไวรัสชนิดอื่น ๆ สามารถให้นมลูกได้ตามปกติ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้