กาฬโรคคืออะไร ?
กาฬโรค (Plague) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ซึ่งพบตามธรรมชาติในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ และสามารถแพร่เชื้อผ่านหมัดที่มีเชื้อ
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เกิดโรคได้หลายรูปแบบ โดยแต่ละรูปแบบมีอาการและความรุนแรงแตกต่างกัน การวินิจฉัยและเริ่มการรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากกาฬโรคสามารถดำเนินโรคอย่างรวดเร็วและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
ช่องทางการติดเชื้อที่สำคัญ ได้แก่
กาฬโรคส่วนใหญ่ไม่ได้แพร่จากคนสู่คนโดยง่าย แต่ กาฬโรคปอดสามารถแพร่ระหว่างคนผ่านละอองจากทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
กาฬโรคมี 3 รูปแบบ
1. กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic plague)
มักมีอาการไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และมีต่อมน้ำเหลืองบวมโตและเจ็บ โดยอาจพบบริเวณขาหนีบ รักแร้ หรือคอ
2. กาฬโรคในกระแสเลือด (Septicemic plague)
เกิดจากเชื้อแพร่เข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลียอย่างมาก ปวดท้อง ภาวะช็อก รวมถึงความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดและการตายของเนื้อเยื่อในบริเวณปลายมือปลายเท้าได้
3. กาฬโรคปอด (Pneumonic plague)
เป็นรูปแบบที่มีความรุนแรงและสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ ผู้ป่วยอาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก และอาจมีเสมหะปนเลือด โรคสามารถดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จึงควรได้รับการประเมินและรักษาโดยเร็ว
การวินิจฉัย
แพทย์จะประเมินจากอาการ ประวัติการเดินทาง การสัมผัสสัตว์หรือหมัด รวมถึงประวัติการอยู่ในพื้นที่ที่มีการพบโรค การตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจใช้ตัวอย่างจากเลือด น้ำหรือสารจากต่อมน้ำเหลืองที่บวม หรือเสมหะในกรณีที่สงสัยกาฬโรคปอด
วิธีป้องกัน
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ ?
หากมี ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น อ่อนเพลียมาก และมีต่อมน้ำเหลืองบวมเจ็บ หรือมี ไข้ร่วมกับไอ หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะหลังเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีรายงานกาฬโรค หรือมีประวัติสัมผัสสัตว์และหมัด ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
แม้กาฬโรคจะเป็นโรคที่หายจากประเทศไทยไปนานแล้ว แต่ก็ไม่ควรละเลยอาการที่อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ เพราะการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ที่มา : กรมควบคุมโรค